10 การนวด ที่นิยมในปัจจุบัน

1024 683 admin

มาทำความรู้จักกับการนวดทั้ง 10 รูปแบบที่นิยมในปัจจุบัน การนวดแต่ละรูปแบบจะมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน เช่น เน้นสร้างความผ่อนคลาย และเน้นแก้อาการปวดเมื่อยต่างๆ นวดจับเส้น เป็นการนวดเพื่อบำบัดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ไม่เน้นการผ่อนคลายแต่เน้นการบรรเทาอาการ

การนวดมีกี่ประเภท แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

การนวด เป็นศาสตร์การดูแลร่างกายที่ได้รับความนิยมไปทั่วทุกมุมโลก ทั้งฝั่งเอเชียและประเทศตะวันตก การนวดแต่ละชนิดจะมีเทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อสร้างความผ่อนคลายในรูปแบบที่แตกต่างกัน ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาการนวดรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้สามารถมอบความผ่อนคลายหรือช่วยลดอาการปวดเมื่อยร่างกายต่างๆ ของแต่ละบุคคลได้มากขึ้น

การนวดยอดนิยมทั้ง 10 ประเภท ดังนี้:

 

  1. นวดแผนไทย (Thai Massage)

การนวดแผนไทย ได้ชื่อว่าเป็นการนวดที่ “แอคทีฟ” มากที่สุด เพราะต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างเทอราปิสและผู้รับบริการตลอดการนวด เทอราปิสจะใช้ท่ายืดกล้ามเนื้อคล้ายโยคะ ที่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและสร้างความผ่อนคลายให้กับกล้ามเนื้อที่เมื่อยล้า อีกทั้งยังช่วยบรรเทาความเครียด ขจัดอารมณ์ด้านลม และปรับอารมณ์ให้สดชื่นขึ้น

 

  1. นวดสวีดิช (Swedish massage)

การนวดสวีดิช เป็นศาสตร์การนวดของฝั่งตะวันตก ที่มีการใช้เทคนิคการนวดอย่างเป็นจังหวะ เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย การนวดชนิดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความผ่อนคลายในระดับที่อ่อนโยนกว่าการนวดแผนไทย

การนวดสวีดิชจะช่วยคลายปมกล้ามเนื้อและช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อจากอาการบาดเจ็บ พร้อมทั้งกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ลดอาการปวดศีรษะ ทำให้จิตใจสงบ

 

  1. นวดน้ำมันอโรมา (Aromatherapy Massage)

การนวดน้ำมันอโรมา เป็นการนวดร่างกายโดยใช้น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติที่มีกลิ่นหอม เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการผ่อนคลายให้กับร่างกายและจิตใจ เมื่อน้ำมันหอมระเหยซึมเข้าสู่ผิวหนังจะทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยคลายความวิตกกังวล และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น

การนวดน้ำมันอโรมา เป็นการนวดร่างกายโดยใช้น้ำมันหอมระเหย

การนวดน้ำมันอโรมา เป็นการนวดร่างกายโดยใช้น้ำมันหอมระเหย

น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติที่ใช้ประกอบการนวดจะมีหลายชนิด เช่น น้ำมันเปปเปอร์มิ้นท์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันลาเวนเดอร์ และอื่นๆ โดยสารสกัดเหล่านี้จะมี

 

  1. นวดสปอร์ต (Sports Massage)

สำหรับนักกีฬามืออาชีพที่ทำการฝึกซ้อมอย่างหนักและผู้ที่รักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ บริการนวดสปอร์ตเป็นวิธีที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการฝึกซ้อม ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บ และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี

การนวดสปอร์ตสามารถทำได้หลายรูปแบบ โดยจะไม่ได้เน้นการสร้างความผ่อนคลาย แต่จะเป็นการรักษาความแข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อ หากคุณต้องการดูแลร่างกายอย่างเต็มรูปแบบ คุณสามารถเลือกบริการนวดจับเส้น ที่เน้นการนวดตามเส้นพลังงาน หรือ เส้นประธานสิบ โดยการนวดชนิดนี้จะช่วยเพิ่มสมาธิให้กับนักกีฬา และช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกสดชื่น กระเปรี้กระเปร่ามากขึ้น

 

  1. นวดจับเส้น/รีดเส้น (Nerve Touch Massage)

การนวดจับเส้นหรือนวดรีดเส้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง หรือเจ็บปวดเฉพาะจุด ตามส่วนของร่างกาย โดยเทอราปิสจะเน้นการกดนวดกล้ามเนื้อเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการปวดได้ดียิ่งขึ้น ทำให้อาการปวดบรรเทาลง พร้อมทั้งสร้างความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อและช่วยรักษาปมกล้ามเนื้อในระยะยาว

 

  1. นวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า (Foot Reflexology Massage)

การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า จากยุคจักรพรรดิหวงตี้ ราชวงศ์ฮั่น ราชวงศ์ถัง จากศาสตร์จีนสู่ญี่ปุ่นดัดแปลงใช้เข็มแทงฝ่าเท้า หลังจากนั้นการศาสตร์นี้ก็ได้ความนิยมกันอย่างแพร่หลาย จากหลักฐานอียิปต์ อเมริกา มาถึงประเทศไทย โดยนายวิลเลี่ยม เอช ฟริตเจอราลด์ แพทย์ชาวอเมริกัน เจ้าของศาสตร์การนวดจุดสะท้อน หรือรักษาโรคจากแนวสะท้อนตามโซนที่ฮิตกันมากในปัจจุบัน การนวดกดจุดสะท้อนที่เท้า โดยจุดสะท้อนที่เท้ามีทั้งหมด 62 จุด กดเพื่อกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายให้ทำงานได้ปกติ และการปรับสมดุลภายในร่างกาย

การนวดกดจุดสะท้อนที่เท้า โดยจุดสะท้อนที่เท้ามีทั้งหมด 62 จุด กดเพื่อกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆ

การนวดกดจุดสะท้อนที่เท้า โดยจุดสะท้อนที่เท้ามีทั้งหมด 62 จุด กดเพื่อกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆ

 

  1. นวดประคบด้วยหินร้อน (Hot Stone Massage)

การนวดประคบด้วยหินร้อนจะใช้เทคนิคที่คล้ายกับการนวดสวีดิช แต่จะมีการใช้หินร้อนประกอบการนวดเพื่อให้คุณผ่อนคลายได้ดียิ่งขึ้น ความร้อนจากหินจะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัวจากความเครียด และกระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงระบบไหลเวียนโลหิตและระบบน้ำเหลือง นอกจากนี้ยังช่วยคลายความเครียด ทำให้รู้สึกเบาสบายตัว และช่วยขจัดอารมณ์ด้านลบได้

 

  1. นวดแก้ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome Massage)

การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน อาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการเกร็งสะสมต่อเนื่อง จนเกิดอาการปวดเรื้อรังที่รักษายาก การนวดแก้ออฟฟิศซินโดรมจะช่วยคลายความเมื่อยล้าและช่วยยืดกล้ามเนื้อบริเวณหลัง ไหล่ และคอ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

  1. นวดกดจุดชิอัตสึ (Shiatsu Massage)

การนวดชิอัตสึ เป็นการนวดกดจุดตามเส้นพลังงานแบบญี่ปุ่น มีจุดประสงค์เพื่อคืนความสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจด้วยการกระตุ้นการไหลเวียนของพลังชีวิต ซึ่งสามารถสร้างความผ่อนคลาย ช่วยบรรเทาความเครียดสะสม พร้อมทั้งทำให้อาการปวดศีรษะและอาการปวดไมเกรนดีขึ้น

 

  1. นวดศีรษะ หลัง ไหล่ / นวดคอ บ่า ไหล่

การนวดศีรษะ หลัง ไหล่ จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตั้งแต่ศีรษะ ขมับ บ่า หลังที่ทำให้เจ็บปวดและไม่สบายตัว ยืดเส้นเอ็น และกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้ทำงานได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยเรื้อรังหรือผู้ที่ต้องการผ่อนคลายลำตัวช่วงบน

การนวดศีรษะ หลัง ไหล่ จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตั้งแต่ศีรษะ ขมับ บ่า หลังที่ทำให้เจ็บปวดและไม่สบายตัว

การนวดศีรษะ หลัง ไหล่ จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตั้งแต่ศีรษะ ขมับ บ่า หลังที่ทำให้เจ็บปวดและไม่สบายตัว

บริการนวดศีรษะ หลัง ไหล่ มีประโยชน์ดังนี้:

  • คลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตึงจากการทำงาน หรือการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
  • ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณศีรษะได้ดีขึ้น ทำให้รู้สึกเบาสบายร่างกาย
  • ช่วยทำให้นอนหลับง่ายขึ้น
  • ปรับอารมณ์ให้สดชื่น

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.